พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.แถลงผลจับกุมต่างด้าวทำผิดกฏหมาย 3 คดี สำคัญ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.แถลงผลจับกุมต่างด้าวทำผิดกฏหมาย 3 คดี สำคัญ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569
เมื่อเวลา
14:00 น.วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2569 ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 2 อาคาร 30 ชั้น
สตม.(เมืองทองธานี) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พร้อมด้วยคณะฯ
ร่วมในการแถลงผลปฏิบัติของคดีที่าสำคัญใน 3 คดี โดยมีดังนี้
จากนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา
รอง
ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย
ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย
ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร.และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร.
ได้สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ
ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย
รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย
กระทำผิดกฎหมาย
ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ
หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ
บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล
ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ
โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง
ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง
ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)
หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้
[
คดีที่ 1 ] สตม.รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์จีนหนีคดี ซุกตัวหมู่บ้านหรู
ด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งเบาะแสว่าพบชายชาวจีนมีพฤติกรรมต้องสงสัย
จึงได้ทำการสืบสวนพบว่าชายชาวจีนดังกล่าวใช้รถยนต์หรู
และพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวอยู่ภายในบ้าน
จึงได้ประสานตรวจสอบข้อมูลบุคคลไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน
ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือ Mr.Zeng (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน
เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวกลับไปดำเนินคดีในข้อหา
ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดย Mr.Zeng
ได้จัดตั้งบริษัทปลอม ชื่อ Shell Company เพื่อชักชวนให้กลุ่มผู้เสียหายมาร่วมลงทุน
เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ 1,100,000 หยวน โดยใช้อาคารในเมืองแมนซิ่ว
ประเทศเมียนมา เป็นสถานที่ในการกระทำความผิด และต่อมาได้หลบหนีมายังประเทศไทย
ผบก.สส.สตม.จึงได้เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Zeng และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุม
จนท.ศปชก.สตม.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว
ผลการตรวจค้นพบ Mr.Zeng จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
และจากการตรวจสอบน่าเชื่อว่า Mr.Zeng ได้นำเงินที่หลอกลวงมาซื้อทรัพย์สินในประเทศไทย
จึงทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อ Toyota Alphard ทะเบียนสวยงาม จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 3 ล้านบาท
ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ต้องหา
และอยู่ระหว่างตรวจสอบบ้านหรูที่เข้าทำการตรวจค้นราคาประมาณ 20 ล้านบาท
ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือไม่อย่างไร
เพื่อจะได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
[
คดีที่ 2 ]สตม.รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์ญี่ปุ่น หลอกเหยื่อเทรดเงินออนไลน์
สืบเนื่องจาก
บก.สส.สตม.ได้ทำการสืบสวนกรณีพบกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นในพื้นที่ทองหล่อ
มีพฤติการณ์ก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ผู้ร่วมพักอาศัยในคอนโดมิเนียม
จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพบว่าชาวญี่ปุ่นรายดังกล่าว คือ Mr.Sakamoto (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี
จึงได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ขอตรวจสอบสถานะบุคคล
โดยพบว่า Mr.Sakamoto เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่นในข้อหา
ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
ซึ่งมีพฤติการณ์ในการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นตัวแทนของบริษัทลงทุนชักชวนให้ซื้อขายสกุลเงินออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น
FX First ในห้วงปี พ.ศ.2566
เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวนหลายราย ความเสียหายรายละประมาณ 500,000 – 1,000,000
เยน ต่อมาทางการญี่ปุ่นได้ออกหมายจับ Mr.Sakamoto จึงได้หลบหนีคดีมายังประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขออนุมัติ ผบก.สส.สตม. เพิกถอนวีซ่าของ Mr.Sakamoto และควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม.
เพื่อกักตัวรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
[
คดีที่ 3 ] ความคืบหน้าการดำเนินคดีนอมินี ในพื้นที่เกาะพะงัน
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
บก.สส.สตม.
ทำการสืบสวนกรณีคนต่างด้าวลักลอบประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีอำพรางถือหุ้นแทน
เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้
ซึ่งจากการสืบสวนในเบื้องต้นพบบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิด
จำนวน 3 บริษัท โดยประกอบธุรกิจให้เช่าวิลล่าหรู เป็นรายวันและรายเดือน
ซึ่งมีทั้งประกาศขายวิลล่าหรู หลังละ 15 ล้านบาท, ปล่อยเช่ารายวัน วันละ 10,000 บาท รายเดือน
เดือนละ 80,000 บาท เป็นต้น โดยเน้นให้บริการกับคนต่างด้าวบางสัญชาติ
ปัจจุบันได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีแล้วตามคดีอาญาที่ 945/2568, 946/2568 และ 948/2568
ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน
ทั้งนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มคนไทยที่ช่วยเหลือและเป็นตัวแทนอำพราง
(นอมินีถือหุ้นแทนในบริษัทของคนต่างด้าว) จำนวน 7 ราย
และแจ้งข้อกล่าวหาคนต่างด้าวซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง จำนวน 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป
# สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.
มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด
ในด้านต่าง
ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ
และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด
กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60
พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120
หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th



































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น